เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณธนบุรีใต้


ข่าวแนะนำ

ข่าวล่าสุด

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ EM

กระแส EM กำลังเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง ในวันนี้เรามีข้อมูลอีกแง่มุมหนึ่งของการนำ EM มาใช้บำบัดน้ำเสียที่เราอาจจะยังไม่รู้และไม่ควรมองข้าม ซึ่งเป็นข้อมูลที่เขียนขึ้นโดย อ.บุญยง โล่ห์วงศ์วัฒน วิศวกรดีเด่นปี 2549 ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และอดีตหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ (ปี 2544-2547)


+++++++++++++++++++++++++++++
น้ำเน่ากับEM
โดย Boonie Loh เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2011 เวลา 13:13 น.

(1) น้ำเน่าคืออะไร

    น้ำเน่า คือ น้ำเสียที่ขาดออกซิเจนละลายในน้ำ (DO-Dissolved Oxygen) นานๆ จนจุลชีพกลุ่มใหม่ กลุ่มไม่ใช้ออกซิเจนในน้ำ ขยายอิทธิพลมากินของเสียในน้ำเสียแทน (ปริมาณของเสียในน้ำเสีย เขาวัดกันด้วยค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand)) ส่งผลให้เกิดกลิ่นก็าซไข่เน่า และน้ำมีสีดำจากโลหะซัลไฟด์

(2) มหาอุทกภัยครั้งนี้ เรามีน้ำเน่าแบบไหนบ้าง
     น้ำเสียหลัก มี 2 ประเภท คือน้ำเสียจากสารอนินทรีย์เคมี (สารประกอบโลหะหนักต่างๆ) และน้ำเสียอินทรีย์ ที่ปนเปื้อนสารอินทรีย์ ที่จุลชีพสามารถย่อยสะลายหรือทำให้เน่าเสียได้ (เช่น อาหาร พืช หญ้า) และส่วนมากจะมีเชื้อโรค+พยาธิ์แถมมาด้วย
     น้ำท่วม ส่วนมากจะชะเอาสารอินทรีย์ เชื้อโรคและพยาธิ์ จากดินปนเปื้อนมาด้วย ดังนั้น จึงต้องระวังเรื่องโรคท้องร่วงระบาด (จากคนท้องร่วงถ่ายลงน้ำ หรือลงดิน) หรือโรคภัยที่น้ำเป็นพาหะ เช่น โรคฉี่หนู ดังนั้น ผู้ที่มีบาดแผล ไม่ควรลงลุยน้ำท่วม เพราะเชื้อโรคจะเข้าร่างกายทางบาดแผลนี้ สำหรับสารอนินทรีย์เคมีนั้น น้ำท่วมจะมีโอกาสปนเปื้อนสารอนินทรีย์เหล่านี้น้อยมาก เพราะมวลน้ำจำนวนมหาศาลจะช่วยทำให้มันเจือจางลงไปได้มาก

(3) EM คืออะไร
    EM(Effective Microorganisms) คือจุลชีพที่เก่งเฉพาะทาง (เซียนเฉพาะด้าน) ตามแต่ผู้เพาะเลี้ยง จะแยกคัดพันธุ์มาขาย และรู้กำพืดของมันดี (ระวังพวกที่เพาะมาจากน้ำเน่า คือจับจุลชีพอะไรก็ไม่รู้ มาใส่ถัง เลี้ยงด้วยอาหาร ซึ่งส่วนมาก ก็คือน้ำตาล และเขาอาจตักเชื้อโรค พยาธิ ต่างๆ มาเพาะให้มันเจริญเติบโตควบคู่กันไปด้วย ซึ่งอันตรายมาก)
    EM อาจนำมาขายได้ ทั้งในรูปของของเหลว(เลี้ยงในสารละลายน้ำตาล) หรือ ของแข็ง(เลี้ยงในอาหารจำพวกรำข้าว) ดังนั้นต้องเลือก EM ให้ถูกกับประเภทของงานที่จุลชีพกลุ่มนั้นถนัด เช่น กลุ่มที่ชอบกินตะกอนน้ำเน่า ที่หมักหมมอยู่ในน้ำเน่าใต้ถุนบ้าน หรือใต้ท้องคลองน้ำเน่า ที่นิ่งไม่ไหลเร็ว จุลชีพในน้ำ EM ก็จะขยายพันธุ์ลงไปกินตะกอนเลนเหล่านั้น และขยายพันธุ์จนกลายเป็นอาณาจักรของมัน ถ้า EM ไม่ชอบน้ำเน่าประเภทนั้น มันก็จะไม่ขยายพันธุ์ แล้วถูกจุลชีพท้องถิ่นในน้ำเน่าบริเวณนั้นข่ม หรือมันถูกกินในที่สุด นั่นคือ การใช้ EM ชนิดนั้น แล้วไม่ได้ผลอะไร
    อย่าลืม ต้องใช้ EM ให้ถูกกับประเภทของภาระกิจ (ไม่มี EM ใดที่ทำงานได้ครอบจักรวาล) และต้องใช้ในบริเวณพื้นที่จำกัด เพื่อที่ EM จะได้ขยายพันธุ์เพื่อกินของเน่าเสีย ก่อนที่จะถูกจุลชีพในท้องถิ่น มาจับกินเป็นอาหาร ดังนั้นต้องใช้ EM ให้ถูกชนิด และมีปริมาณเพียงพอที่มันจะสามารถขยายพันธุ์ เพื่อเอาชนะจุลชีพในท้องถิ่นที่มีอยู่ก่อนให้ได้ สำหรับการใช้ EM เทหรือโยนลงไปในน้ำท่วม ที่ไหลบ่าอย่างรวดเร็ว จะไม่ได้ผลอะไร เพราะมันจะถูกเจือจาง และขยายพันธุ์กันไม่ทัน

‎(4) EM ช่วยเพิ่ม O2 ได้จริงหรือไม่ ลดโลหะหนักได้จริงหรือไม่

    หากใช้ EM ถูกประเภท + ใช้ในพื้นที่ที่จำกัดอาณาบริเวณได้ + และใช้ในปริมาณที่เพียงพอ EM ก็จะสามารถขยายพันธุ์ โดยกินของเน่าเสียที่หมักหมมที่สะสมใต้ท้องบ่อบริเวณน้ำเน่านั้นเป็นอาหารและขยายอาณาจักร์ของมัน เมื่อของเน่าเสียที่สะสมใต้ท้องคลองหมด BOD ในน้ำเสียก็จะเริ่มลดลงด้วย จนในที่สุดออกซิเจนจากอากาศ ที่ถ่ายผ่านผิวน้ำในบริเวณนั้น มีมากเพียงพอ น้ำเน่านั้นก็จะกลายเป็นน้ำดี คือมี DO เกิดขึ้นตามมา
    นั่นคือ หากการใช้ EM ถูกชนิดและในปริมาณที่เหมาะสมกับพื้นที่ ก็จะสามารถช่วยกินของเสียที่สะสมหมักหมมอยู่ จนกลายเป็นน้ำดีที่มีค่า DO ได้ ส่วนการลดโลหะหนัก EM ส่วนมากที่เพาะมาขายกัน ไม่กินโลหะหนัก ความจริงมีคนเพาะได้ เช่น ฝึกให้มันกินทองแดงจากแร่ แต่นี่ก็เป็นเพียงการย้ายที่โลหะหนักจากแร่มาอยู่ในตัวมัน ก่อนนำไปสกัดโลหะหนักออกจากตัวมัน ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีที่ว่า สสาร(โลหะหนัก)ไม่มีการสูญหาย จะเพียงเปลี่ยนรูปย้ายไปมาเท่านั้น

(5) ผลข้างเคียงของ EM

    อันตรายที่จะพบกันก็คือ ผู้ผลิต EM ไม่รู้กำพืดของจุลชีพที่ตนเองผลิต และไม่รู้ว่ามันเก่งทางด้านใด และบางครั้ง อาจเพาะเชื้อโรค หรือมีไวรัสปนเปื้อน โดยใช้น้ำตาลโมลาสเลี้ยง ออกมาขาย แจกจ่ายกัน ซึ่งจะนำไปสู่การขยายตัวของ พยาธิ์ เชื้อโรค และไวรัส เกิดโรคระบาด การกลายพันธุ์ ตามมา
    ดังนั้น ต้องเลือกชื้อจากผู้ผลิตที่มีการควบคุมคุณภาพ ที่สามารถระบุชนิดและที่มาของจุลชีพของตนได้ และไม่ควรใช้ดื่มหรือสูดดม เพราะอาจมีจุลชีพกลายพันธุ์ หรือปนเปื้อนไวรัส เข้าสู่ร่างกาย (เพราะการผลิตEMบริสุทธิ์100%ทำได้ยากมาก)

 โดย บุญยง โล่ห์วงศ์วัฒน
2 พ.ย. 2554

ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เขตทุ่งครุ

ศูนย์พักพิงที่เปิดให้บริการขณะนี้
- ศูนย์พักพิงวิทยาลัยพานิชยการเชตุพน
 โทร. 02-427-3399

เขตราษฏร์บูรณะ

ศูนย์พักพิงที่เปิดให้บริการขณะนี้
- ศูนย์พักพิงวิทยาลัยพานิชยการเชตุพน
 โทร. 02-427-3399

เครือข่ายสังคมออนไลน์

telephone number
FAQs
flood radio
ant fight flood
mod-a-sa

หมวดข่าว

เกร็ดความรู้

ประกาศของมหาวิทยาลัย

ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม มจธ.

  • ผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่เขตทุ่งครุ และราษฏร์บูรณะ สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอเข้าพักในศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม มจธ. ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-470-9999 (ห้าคู่สาย)
  • ผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอเข้าพักในศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม มจธ. บางขุนเทียน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-470-7333, 02-470-7399

ติดต่อสอบถาม สถานการณ์น้ำท่วม

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สอบถามสถานการณ์น้ำท่วมใน มจธ. และพื้นที่ใกล้เคียงตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
    • มจธ. บางมด 02-470-9999
    • มจธ. บางขุนเทียน 02-470-7333
    และติดตามสถานการณ์น้ำท่วมได้ที่
  • สถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ 02-426-0108-9
  • สถานีตำรวจนครบาลราษฏร์บูรณะ 02-428-3994, 02-427-7193
  • สถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล 02-452-3861-4
  • สำนักงานเขตทุ่งครุ 02-464-4385
  • สำนักงานเขตราษฏร์บูรณะ 02-428-4747, 02-428-4884

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือภายนอก

  • ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) รับแจ้ง 24 ชั่วโมง โทร. 1111 กด 5
  • ขอความช่วยเหลือจากเหตุน้ำท่วม (พื้นที่กรุงเทพมหานคร) ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-248-5115
  • สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โทร. 1784
  • บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล ศูนย์นเรนทร โทร. 1669

การเตรียมการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และบริเวณธนบุรีใต้ (คลองสาน, จอมทอง, ทุ่งครุ, ธนบุรี, บางขุนเทียน, บางแค, บางบอน และราษฎร์บูรณะ)