เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณธนบุรีใต้


ข่าวแนะนำ

ข่าวล่าสุด

[10/25/54 11.37น.จับตามวลน้ำก้อนใหญ่ถล่มกรุง 26ต.ค.54

น้ำจากคลองรังสิต ยังทะลัก ถ.วิภาวดีรังสิต ระดับน้ำสูงขี้นต่อเนื่อง ฝั่งพหลโยธิน น้ำเต็มผิวจราจรทั้งสองฝั่ง ขณะที่ บางพลัด-ถ.จรัญ น้ำสูง 60 ซม.-1 เมตร

สถานการณ์น้ำจากคลองรังสิตที่ไหลทะลักเข้าท่วมถนน 2 สายหลัก ทางหนึ่งท่วม ถ.วิภาวดีรังสิต ขาเข้า ถึงหน้าท่าอากาศยานดอนเมือง น้ำยังคงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง อีกทางหนึ่งไหลเข้า ถ.พหลโยธิน ถึง ซ.พหลโยธิน 54 น้ำเต็มผิวจราจรทั้งสองฝั่ง และระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ยังมีอีก 3 จุดสำคัญของกรุงเทพมหานครที่เพิ่งประสบปัญหาเมื่อค่ำวานนี้ คือ เขตบางพลัด มีน้ำท่วมบริเวณ ถ.สิรินธร ขาเข้าและออก ซึ่งรับน้ำมาจาก อ.บางกรวย จ.นนทบุรี รวมถึง ถ.จรัญสนิทวงศ์ ซอย 74 ถึงซอย 80 ระดับน้ำสูง 60 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร รวมทั้งพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ น้ำทะลักท่วม ถ.เจริญกรุง ถ.ทรงวาด ส่วนที่เขตทวีวัฒนา โดยเฉพาะคลองทวีวัฒนา ระดับปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะ
ขณะที่ บริเวณชุมชนคลองหกวา เขตสายไหม ระดับน้ำคลองหกวายังคงเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา วันนี้มีน้ำท่วมขังแล้ว ประมาณ 10 เซนติเมตร โดยน้ำได้ไหลซึมผ่านกระสอบทรายเข้ามา โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เทศกิจ เดินตรวจซ่อมแซมในจุดที่มีน้ำซึมออกมา และมีการเสริมแนวกระสอบทรายให้มีความสูงและหนาขึ้น โดยเพิ่มกระสอบทรายจาก 4 แถว เป็น 5 แถว และเพิ่มความสูงขึ้นถึง 2 เมตร เพื่อกันน้ำล้นออกมาเข้าท่วมภายในหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ ระดับน้ำยังคงต่ำกว่าแนวกระสอบทรายประมาณ 30 - 40 เซนติเมตร
ส่วนที่บริเวณตลาดสี่มุมเมือง ในขณะนี้ น้ำได้ท่วมสูงขึ้น โดยด้านหน้าตลาดสี่มุมเมือง ระดับน้ำได้ท่วมสูงถึงบริเวณหน้าอก หรือ ประมาณ 100-150 เซนติเมตร ส่วนตลาดอยู่ในระดับเอว หรือ ประมาณ 100 เซนติเมตร
ทั้งนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือน้ำระลอก 2 จาก จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) น้ำปริมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเข้ามาทาง จ.นครปฐม นนทบุรี เข้าสู่คลองทวีวัฒนา คลองบางกอกน้อย และคลองบางพลัด


credit : http://www.posttoday.com/

[10/25/54 9.35น.] เจ้าพระยาหนุนสูงท่วมฝั่งธนบุรี



น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อคันกั้นน้ำและไหลเข้าท่วมในพื้นที่หลายจุดในฝั่งธนบุรีของ กทม. เช่นห้างพาต้าปิ่นเกล้าไปจนถึงแยกอรุณอมรินทร์ , ถนนจรัญสนิทวงศ์ตั้งซอย 72 - 84 และชุมชนวัดสามพระยา

ชุมชนวัดสามพญา ถนนสามเสนซอย 5 เขตพระนคร ถูกน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) หลังน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นคันกั้นน้ำเข้าท่วมพื้นแห่งนี้สูง ประมาณ 30 เซนติเมตร จนน้ำได้เอ่อล้นแนวกระสอบที่ชาวบ้านนำมากั้นไว้บริเวณหน้าบ้านของตนเองและ ไหลเข้าบ้านจนทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย ขณะที่ชาวบ้านเผยว่าน้ำที่เอ่อล้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณสูงกว่าทุก วัน โดยเฉพาะในช่วงเย็นตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีปริมาณมากที่สุดจนเอ่อล้นเข้าชุมชน หลังจากนั้นก็จะลดระดับลงในช่วงดึก ซึ่งทำให้ชาวบ้านหลายคนที่นี่จะต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงเย็นของทุก วันอย่างใกล้ชิด
ขณะที่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่เขตบางพลัดได้ล้นคันกั้นน้ำที่เป็น กำแพงอิฐบล็อคจนพังเสียหายเป็นบริเวณกว้างกว่า 20 เมตร ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมภายในชุมชนจรัญสนิทวงศ์ 74/1 ที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน นอกจากนี้น้ำยังได้ไหลบ่าข้ามไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ตั้งแต่ซอยจรัลสนิทวงศ์ 72 - 84 โดยเฉพาะที่บริเวณสำนักงานเขตบางพลัดที่ระดับน้ำท่วมผิวการจราจรสูงประมาณ 30 เซนติเมตรทำให้รถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะเดียวกันน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปในชุมชนจรัญสนิทวงศ์ 82 จนระดับน้ำท่วมสูงจนถึงระดับเอว
ส่วนที่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้าและถนนตั้งแต่แยกอรุณ อัมรินทร์ไปจนถึงแยก 35โบวล์ ได้มีน้ำไหลเอ่อท่วมเช่นเดียวกัน โดยระดับน้ำได้ท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร โดยบางจุดมีระดับน้ำท่วมสูงหัวเข่า สูงถึงระดับหัวเข่า ทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าวต้องเพิ่มความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกันที่บริเวณท่าเรือพรานนก วังหลัง แม้ระดับน้ำได้ลดลงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาประมาณ 1.50 เมตร และระดับน้ำยังต่ำกว่าแนวตลิ่งประมาณ 60 เซนติเมตร แต่เรือด่วนเจ้าพระยายังคงงดให้บริการ เนื่องจากเกรงว่าเรือจะไม่สามารถลอดผ่านสะพานกรุงธนได้ แต่เรือข้ามฟากยังเปิดให้บริการตามปกติ ในส่วนของโรงพยาบาลศิริราชยังคงมีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอดทั้งคืน โดยเฉพาะที่บริเวณประตู 8 หน้าทางเข้าคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ทหารได้ลำเลียงกระสอบทรายมาเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงจากพื้นขึ้นอีกประมาณ 1.50 เมตร และเครื่องสูงน้ำเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

credit: http://news.thaipbs.or.th

[10/25/54 9.35น.] น้ำท่วม ถ.จรัญสนิทวงศ์ บางพลัด

ระดับน้ำที่ทะลักมาจากจุดที่พนังกั้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาพัง ยังคงทะลักมายังถนนจรัญสนิทวงศ์ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านซอยจรัญสนิทวงศ์ 80 ออกมาสังเกตระดับน้ำตั้งแต่ช่วงเช้ามืดด้วยความกังวล บางคนบอกว่านอนไม่หลับทั้งคืน เพราะเฝ้าดูระดับน้ำ โดยพบว่า ตั้งแต่ช่วงตี 3 น้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกอย่างรวดเร็ว และไหลแรงมากขึ้น จึงคาดว่าจุดที่พนังขาดน่าจะขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะที่เราพยายามนำรถโตโยต้าโฟร์วิลล์ ลุยเข้าไปยังจุดที่พนังขาด พบว่า ด้านในน้ำไหลเชี่ยวและลึกลงไปเรื่อยๆ ซึ่งเราต้องถอยออกมาเพราะรถไม่สามารถเข้าไปได้ ตลอดทั้งซอยเราพบชาวบ้านในซอยจรัญสนิทวงศ์ 80 ส่วนหนึ่งอพยพออกไปแล้ว แต่ว่ายังมีอยู่อีกจำนวนมากที่ยังไม่ยอมย้ายออกไป เพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน ซึ่งผู้ที่อยู่ก็มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
มวลน้ำจำนวนมหาศาลกำลังไหลทะลักขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว และข้ามมายังอีกฟากหนึ่งของถนนจรัญสนิทวงศ์ ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่น ซอยวัดสามัคคีสุทราวาส ซอยจรัญสนิทวงศ์ 85 แขวงบางอ้อ น้ำสูงมากกว่า 50 เซนติเมตรแล้ว เช้าวันนี้พระต้องเดินลุยน้ำออกมาบิณฑบาต นอกจากนั้นเรายังพบครอบครัวของน้องพลอยใส เด็กหญิงวัยเพียงขวบเศษ อพยพข้าวของออกมา โดยบอกว่า บ้านเกิดที่พิจิตรก็ถูกน้ำท่วม ขณะที่บ้านที่มาซื้อไว้ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ก็ถูกน้ำท่วม คุณแม่ได้พาน้องพลอยใสหนีมาอยู่กับญาติที่นี่เมื่อวานนี้ มาถึงได้แค่ 2 ชั่วโมง น้ำก็ทะลักเข้ามาท่วมจนไม่สามารถออกไปได้ เช้านี้จึงมายืนรอขอความช่วยเหลือ เพราะสอบถามไปยังครอบครัวที่จังหวัดพิจิตรบอกว่า น้ำที่นั่นลดแล้ว จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด โดยบอกว่า ชีวิตนี้ต้องหนีน้ำถึง 3 ครั้ง แต่ก็ต้องตั้งรับอย่างมีสติ

เช่นเดียวกับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ ที่ตัดสินใจกลับประเทศในวันนี้ เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ แต่เมื่อวานน้ำมาเร็วมาก กว่าจะเก็บข้าวของได้ก็ไม่สามารถออกได้แล้ว เราจึงได้นำรถโตโยต้าโฟร์วีลล์ของเราออกไปส่งยังจุดที่สามารถต่อรถได้

ตอนนี้จุดใหญ่ที่มีรอยขาดของพนังกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 2 จุด และยังไม่สามารถซ่อมได้ เราได้สอบถามไปยังด็อกเตอร์เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยด็อกเตอร์เสรีประเมินสถานการณ์ว่า หากไม่สามารถซ่อมพนังกั้นน้ำจุดที่ขาดได้ กรุงเทพจะมีลักษณะที่ไม่ต่างจากเทศบาลนครนครสวรรค์ ที่น้ำจะทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่ จนกว่าระดับน้ำในกรุงเทพจะเท่ากับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ความสูงเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่น่าห่วงมากกว่าความกังวลเรื่องน้ำจะตลบหลังเข้ามาด้านทิศตะวันตกตอนล่างของกรุงเทพมหานคร
ตอนนี้มวลน้ำที่ทะลักจากพนังทั้ง 2 จุด ท่วมตั้งแต่จรัญสนิทวงศ์ 74 ไปจนถึงจรัญสนิทวงศ์ 84 รถเล็กไม่สามารถผ่านจุดนี้ได้แล้ว นอกจากนี้น้ำที่ทะลักส่วนหนึ่งก็ไหลลงคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองบางกอกน้อย คลองบางพระครู ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดเราได้รับรายงานว่า พนังกั้นน้ำคลองบางกอกน้อย ได้ทะลักเข้าท่วมถนนอรุณอัมรินทร์ช่องซ้าย ยาวไปจนถึงถนนฝั่งตรงข้ามพาต้าปิ่นเกล้าแล้ว
credit: http://krobkruakao.com/

[10/25/54 08.10น.] ภาพรายงานแสดงสถานการณ์น้ำท่วม

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ได้มีภาพแสดงสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณธนบุรีใต้ดังภาพ

โดยเราจะทำการอัพเดทข้อมูลทุกๆ 3 ชั่วโมง



คลิกที่นี่เพื่อดูภาพใหญ่

[10/25/54 04.10น.] ภาพรายงานแสดงสถานการณ์น้ำท่วม

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ได้มีภาพแสดงสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณธนบุรีใต้ดังภาพ

โดยเราจะทำการอัพเดทข้อมูลทุกๆ 3 ชั่วโมง




คลิกที่นี่เพื่อดูภาพใหญ่

[10/25/54 01.00น.] มวลน้ำประชิด กทม. ทั้งฝั่งตะวันออก-ตะวันตก



คนกรุงเทพส่วนใหญ่ต่างเตรียมตัวเตรียมใจรับมวลน้ำเหนือที่หลากเข้าท่วมผ่านมาแล้วหลายจังหวัด ล่าสุดน้ำได้เข้าประชิดกรุงเทพฯ มากขึ้นทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก
ศูนย์เครือข่ายงานวิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ วิเคราะห์จากภาพถ่ายผ่านดาวเทียม ประเมินว่าน้ำในทุ่งเจ้าพระยา ยังมีมากกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้ว่าปริมาณน้ำที่ไหลจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท รวมถึงไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะลดลงกว่าช่วงสัปดาห์ก่อน แต่ยังมีน้ำไหลเข้าทุ่งเจ้าพระยาวันละกว่า 400 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าปริมาณที่สามารถระบายออกผ่านทุ่งและคลองฝั่งตะวันออกและตะวันตกลงทะเลอ่าวไทย ทำให้ยังมีระดับน้ำในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้น โดยน้ำได้หลากจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี และนนทบุรี เป็นวงกว้าง

โดยจุดเสี่ยงฝั่งตะวันออกซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงการทะลักของน้ำเข้าสู่เขตรอยต่อกรุงเทพฯ คือ พื้นที่สายไหม คลอง 6 วา โดยมีการเสริมคัน และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันพื้นที่รามอินทรา หนองจอก ขณะที่กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศจุดเสี่ยง ให้ประชาชนใน 6 เขต ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงคือ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม ไปแล้วก่อนหน้านี้

ส่วนพื้นที่ตะวันตกของกรุงเทพมหานคร จุดสำคัญที่ต้องจับตา หลังมวลน้ำไหลเข้าท่วมทั้ง 6 อำเภอของจังหวัดนนทบุรี ล่าสุดได้ขยายวงกว้างจากอำเภอบางใหญ่ และบางกรวย ทำให้น้ำในคลองฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะคลองมหาสวัสดิ์สูงขึ้น โดยน้ำได้หลากไปถึงทางรถไฟสถานีบางบำหรุ ด้านหลังซอยรุ่งประชา ถนนสิรินธร เขตบางพลัด และมีความเสี่ยงที่น้ำจะตลบหลังเข้าท่วมในเขตประชิดกรุงเทพฯ  จุดที่ต้องเฝ้าระวัง คือ ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ ชุมชนวัดปุรณาวาส ชุมชนหลังสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ จุดเสี่ยงชุมชนประตูน้ำฉิมพลี ในเขตทวีวัฒนา รวมถึงพื้นที่อำเภอนครชัยศรี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมด้วย

[10/25/54 00.31น.] ศปภ.ออกประกาศฉบับที่ 9 / 2554 เรื่องขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมตัวอพยพ

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ออกประกาศฉบับที่ 9 / 2554 เรื่องขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมตัวอพยพ โดย พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า หลังจากที่ ศปภ. ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พบว่ายังคงมีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.ผู้ที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตหลักสี่ ดอนเมือง สายไหม หนองจอก มีนบุรี คันนายาว ลาดกระบัง บางพลัด และทวีวัฒนา ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หากมีความจำเป็นต้องอพยพขอให้ประสานกับกรุงเทพมหานครโดยทันที เพื่อเคลื่อนย้ายเข้าสู่สถานที่พักพิงตามที่ กทม. ได้กำหนดไว้
2. ให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี และ บริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านเรือนริมฝั่งคลองรังสิต ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และสังเกตระดับน้ำที่บริเวณคันกั้นน้ำอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ใดที่มีความประสงค์จะอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าว กองทัพไทย ได้จัดเตรียมยานพาหนะเพื่อการขนย้ายไว้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

[10/25/54 00.00น.] ภาพรายงานแสดงสถานการณ์น้ำท่วม

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ได้มีภาพแสดงสถานการณ์น้ำท่วมดังภาพ

โดยเราจะทำการอัพเดทข้อมูลทุกๆ 3 ชั่วโมง




คลิกที่นี่เพื่อดูภาพใหญ่

ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เขตทุ่งครุ

ศูนย์พักพิงที่เปิดให้บริการขณะนี้
- ศูนย์พักพิงวิทยาลัยพานิชยการเชตุพน
 โทร. 02-427-3399

เขตราษฏร์บูรณะ

ศูนย์พักพิงที่เปิดให้บริการขณะนี้
- ศูนย์พักพิงวิทยาลัยพานิชยการเชตุพน
 โทร. 02-427-3399

เครือข่ายสังคมออนไลน์

telephone number
FAQs
flood radio
ant fight flood
mod-a-sa

หมวดข่าว

เกร็ดความรู้

ประกาศของมหาวิทยาลัย

ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม มจธ.

  • ผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่เขตทุ่งครุ และราษฏร์บูรณะ สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอเข้าพักในศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม มจธ. ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-470-9999 (ห้าคู่สาย)
  • ผู้ประสบปัญหาเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอเข้าพักในศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม มจธ. บางขุนเทียน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-470-7333, 02-470-7399

ติดต่อสอบถาม สถานการณ์น้ำท่วม

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สอบถามสถานการณ์น้ำท่วมใน มจธ. และพื้นที่ใกล้เคียงตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
    • มจธ. บางมด 02-470-9999
    • มจธ. บางขุนเทียน 02-470-7333
    และติดตามสถานการณ์น้ำท่วมได้ที่
  • สถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ 02-426-0108-9
  • สถานีตำรวจนครบาลราษฏร์บูรณะ 02-428-3994, 02-427-7193
  • สถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล 02-452-3861-4
  • สำนักงานเขตทุ่งครุ 02-464-4385
  • สำนักงานเขตราษฏร์บูรณะ 02-428-4747, 02-428-4884

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือภายนอก

  • ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) รับแจ้ง 24 ชั่วโมง โทร. 1111 กด 5
  • ขอความช่วยเหลือจากเหตุน้ำท่วม (พื้นที่กรุงเทพมหานคร) ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-248-5115
  • สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โทร. 1784
  • บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล ศูนย์นเรนทร โทร. 1669

การเตรียมการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และบริเวณธนบุรีใต้ (คลองสาน, จอมทอง, ทุ่งครุ, ธนบุรี, บางขุนเทียน, บางแค, บางบอน และราษฎร์บูรณะ)